การเงิน

ภาษีธุรกิจความงามที่เจ้าของคลินิกควรรู้ เพื่อการวางแผนที่ถูกต้อง

person โดยทีม Inspire Eternity
calendar_today 12 กรกฎาคม 2026
schedule เวลาอ่านประมาณ 6 นาที
ภาษีธุรกิจความงามที่เจ้าของคลินิกควรรู้ เพื่อการวางแผนที่ถูกต้อง

บทนำ

ภาษีเป็นเรื่องที่เจ้าของคลินิกความงามมักผัดผ่อนไปจนกว่าจะใกล้ถึงกำหนดยื่นแบบ ทั้งที่ความจริงแล้วคลินิกความงามมีจุดที่แตกต่างจากธุรกิจความงามทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญในทางภาษี โดยเฉพาะเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มที่คลินิกที่มีแพทย์ประจำได้รับสิทธิที่ธุรกิจสปาหรือร้านเสริมสวยทั่วไปไม่ได้รับ

บทความนี้สรุปภาพรวมภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคลินิกความงาม เพื่อให้เจ้าของคลินิกเข้าใจภาพรวมก่อนเข้าพบนักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี

⚠️ บทความนี้ให้ข้อมูลภาพรวมเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือบัญชีสำหรับกรณีเฉพาะของแต่ละคลินิก กฎหมายภาษีมีรายละเอียดและการตีความที่ซับซ้อน และอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือนักภาษีอากรที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจหรือยื่นแบบภาษีทุกครั้ง

ภาพรวมภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคลินิกความงาม

ประเภทภาษี เกี่ยวข้องกับ
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเจ้าของกิจการเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีจดทะเบียนในรูปบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รายได้จากการขายสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้รับการยกเว้น
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เมื่อมีการจ้างงานพนักงานหรือจ่ายค่าบริการให้ผู้อื่น
ภาษีป้าย ป้ายชื่อหรือโลโก้คลินิกที่ติดแสดงหน้าร้าน

รูปแบบนิติบุคคล vs บุคคลธรรมดา: ผลต่อภาษี

กรณีบุคคลธรรมดายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 2 ครั้ง คือแบบ ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) และ ภ.ง.ด.90 (ประจำปี) สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาในอัตราร้อยละ 60 ของเงินได้ หรือหักตามจริงตามความจำเป็นและสมควรก็ได้*

กรณีนิติบุคคลยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลปีละ 2 ครั้ง คือแบบ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งรอบบัญชี) และ ภ.ง.ด.50 (ประจำรอบบัญชี) คำนวณจากกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด*

  • * อ้างอิงจาก SMEOne และ ACC Consulting Service

การเลือกรูปแบบนิติบุคคลมีผลต่อภาระภาษีในระยะยาว คลินิกที่มีรายได้สูงและมีแผนขยายธุรกิจส่วนใหญ่เลือกจดทะเบียนนิติบุคคล เพราะนอกจากเรื่องภาษีแล้วยังช่วยแยกความรับผิดชอบทางกฎหมายออกจากทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของด้วย

→ [INTERNAL LINK: บทความ #7 เขียนแผนธุรกิจคลินิกความงาม]

จุดที่คลินิกความงามแตกต่างจากธุรกิจความงามทั่วไป: ข้อยกเว้น VAT

นี่คือจุดสำคัญที่เจ้าของคลินิกความงามควรรู้ — ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81(1)(ฌ) กิจการคลินิกที่มีแพทย์ประจำซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทำหน้าที่ตรวจรักษาและสั่งจ่ายยา ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่สามารถยื่นจดทะเบียน VAT ได้*

  • * อ้างอิงจาก ACC Consulting Service

เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ได้รับการยกเว้นนี้คือ ต้องเป็นบริการทางการแพทย์ที่มีแพทย์ตรวจรักษาจริง เช่น การฉีดโบท็อกซ์ การรักษาสิว หรือศัลยกรรมตกแต่ง ไม่ใช่บริการเสริมความงามทั่วไปที่ไม่มีแพทย์เกี่ยวข้อง

⚠️ ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจสปา นวดหน้า นวดตัว ที่ไม่มีแพทย์ประจำ เมื่อมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ตามปกติ* ความแตกต่างนี้ทำให้คลินิกที่มีทั้งบริการทางการแพทย์และบริการเสริมความงามทั่วไป (เช่น ขายสกินแคร์ หรือ facial ที่ไม่ใช่หัตถการทางการแพทย์) ต้องพิจารณาแยกประเภทรายได้ให้ถูกต้อง

  • * อ้างอิงจาก Bangkok Biz News

เมื่อไหร่ที่คลินิกต้องจด VAT

แม้บริการทางการแพทย์หลักจะได้รับการยกเว้น แต่คลินิกความงามหลายแห่งมีรายได้จากส่วนอื่นที่ไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้น เช่น

  • การขายผลิตภัณฑ์สกินแคร์หรือเครื่องสำอางแยกจากการรักษา
  • บริการเสริมความงามที่ไม่มีแพทย์เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น การนวดหน้าทั่วไป
  • รายได้จากการขาย package หรือคอร์สที่ไม่ใช่หัตถการทางการแพทย์

หากรายได้จากส่วนที่ไม่ได้รับการยกเว้นเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คลินิกต้องจดทะเบียน VAT สำหรับรายได้ส่วนนั้น และยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นรายเดือน*

  • * อ้างอิงจาก ProClinic และ Bangkok Biz News

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่คลินิกต้องจัดการ

เมื่อคลินิกมีการจ้างงานหรือจ่ายค่าบริการให้บุคคลหรือนิติบุคคลอื่น มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งกรมสรรพากรเป็นรายเดือน

แบบฟอร์ม ใช้สำหรับ
ภ.ง.ด.1 หักภาษีเงินเดือนพนักงานประจำ
ภ.ง.ด.3 หักภาษีค่าจ้างหรือค่าบริการที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา
ภ.ง.ด.53 หักภาษีค่าจ้างหรือค่าบริการที่จ่ายให้นิติบุคคล
  • * อ้างอิงจาก ProClinic

กรณีที่คลินิกมักพลาดการจ้างแพทย์ part-time หรือ freelance ที่มาช่วยทำหัตถการเป็นครั้งคราว ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องตามประเภทเงินได้ ไม่ใช่แค่จ่ายเงินตามที่ตกลงกันโดยไม่หักภาษี

ค่าเสื่อมราคาเครื่องมือแพทย์: ผลต่อภาษีที่มักถูกมองข้าม

เครื่องมือแพทย์ความงามเป็นสินทรัพย์มูลค่าสูงที่สามารถนำมาหักค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานเพื่อลดฐานภาษีได้ การวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนซื้อเครื่องมือ ทั้งการเลือกวิธีคำนวณค่าเสื่อมและการบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง มีผลต่อภาระภาษีในแต่ละปีอย่างมีนัยสำคัญ

ปฏิทินภาษีที่เจ้าของคลินิกควรจำ

รายการ ความถี่ กำหนดยื่น (โดยประมาณ)
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, 3, 53) รายเดือน ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
VAT (ภ.พ.30) — ถ้าจดทะเบียน รายเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ปีละครั้ง ภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนของรอบบัญชี
ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี (ภ.ง.ด.50) ปีละครั้ง ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ปีละครั้ง ภายในเดือนกันยายน
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด.90) ปีละครั้ง ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป
  • * กำหนดเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีก่อนถึงกำหนดยื่นแบบทุกครั้ง

ความเสี่ยงจากการไม่วางแผนภาษีให้ถูกต้อง

การยื่นภาษีผิดพลาดหรือล่าช้ามีผลกระทบมากกว่าค่าปรับเพียงอย่างเดียว

  • เงินเพิ่มและเบี้ยปรับที่สะสมตามระยะเวลาที่ล่าช้า
  • ความเสี่ยงถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังหากพบความผิดปกติในการยื่นแบบ
  • ผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือเมื่อต้องขอสินเชื่อหรือหาผู้ร่วมลงทุนในอนาคต

แนวทางป้องกันใช้บริการสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์กับธุรกิจคลินิกโดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงวางแผนเปิดธุรกิจ เพื่อให้ระบบบัญชีและภาษีถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: คลินิกที่มีแพทย์ประจำต้องจด VAT ไหม?

สำหรับรายได้จากบริการทางการแพทย์ที่มีแพทย์ตรวจรักษาและสั่งจ่ายยา ได้รับการยกเว้น VAT และไม่สามารถจดทะเบียนได้ตามมาตรา 81(1)(ฌ) แต่หากมีรายได้จากส่วนอื่นที่ไม่เข้าเงื่อนไข เช่น การขายผลิตภัณฑ์ ส่วนนั้นอาจต้องจด VAT หากเข้าเงื่อนไขรายได้ตามที่กฎหมายกำหนด

Q: ควรเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริง?

ขึ้นอยู่กับโครงสร้างต้นทุนจริงของคลินิก หากค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่าอัตราเหมาที่กฎหมายกำหนด การหักตามจริงอาจช่วยลดภาระภาษีได้มากกว่า แต่ต้องมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อเปรียบเทียบทั้งสองวิธีก่อนตัดสินใจ

Q: จดทะเบียนนิติบุคคลตั้งแต่เริ่มเปิดคลินิกดีกว่าไหม?

มีข้อดีหลายประการ ทั้งการแยกความรับผิดชอบทางกฎหมาย ความน่าเชื่อถือในการขอสินเชื่อ และโครงสร้างภาษีที่อาจได้เปรียบกว่าในบางกรณี แต่ก็มีต้นทุนด้านการจัดทำบัญชีและการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มากกว่าบุคคลธรรมดา ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อเปรียบเทียบตามสถานการณ์ของแต่ละคลินิก

Q: ถ้าลืมยื่นภาษีตามกำหนด ต้องทำอย่างไร?

ควรยื่นแบบและชำระภาษีให้เร็วที่สุดเพื่อลดเงินเพิ่มและเบี้ยปรับที่สะสมตามระยะเวลา การติดต่อกรมสรรพากรหรือนักบัญชีทันทีที่พบว่าลืมยื่น ดีกว่าการปล่อยไว้นานขึ้น

สรุป

ภาษีธุรกิจคลินิกความงามมีความซับซ้อนกว่าธุรกิจทั่วไป เพราะมีข้อยกเว้นเฉพาะสำหรับบริการทางการแพทย์ที่มีแพทย์ประจำ ในขณะที่รายได้ส่วนอื่นอาจต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ภาษีปกติ การเข้าใจภาพรวมนี้ตั้งแต่ก่อนเปิดคลินิกช่วยให้วางแผนโครงสร้างธุรกิจและบัญชีได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก

การลงทุนในเครื่องมือแพทย์ที่มีเอกสารและมูลค่าชัดเจนยังมีผลต่อการบันทึกบัญชีและค่าเสื่อมราคาที่ถูกต้องด้วย หากต้องการเอกสารประกอบการซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อนำไปใช้ในการบันทึกบัญชี ทีมงาน Inspire Eternity พร้อมให้ข้อมูลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • * ACC Consulting Service. คลินิกเสริมความงาม VS ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT). accconsultingservice.com
  • * SMEOne. ภาษีสำหรับธุรกิจสุขภาพและความงาม. smeone.info
  • * Bangkok Biz News. เปิดคลินิกเสริมความงาม ทำลักษณะไหนได้ยกเว้น VAT. bangkokbiznews.com
  • * ProClinic. เปิดคลินิก เสียภาษีอย่างไร วางแผนภาษีอย่างไรได้บ้าง. proclinicth.com

สนใจเปิดคลินิกเสริมความงามหรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Inspire Eternity พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอนการลงทุนและให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน

ติดต่อสอบถาม