Marketing & Legal

คู่มือการตลาดคลินิกความงาม: ทำอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมายโฆษณาสถานพยาบาล

person Inspire Eternity Editor
calendar_today 2 กรกฎาคม 2569
schedule เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
กฎหมายโฆษณาคลินิกความงาม

บทนำ

การตลาดคือหัวใจสำคัญของคลินิกความงามในยุคดิจิทัล แต่การตลาดสำหรับสถานพยาบาลในไทยมีกฎระเบียบที่เข้มงวดกว่าธุรกิจทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ คลินิกหลายแห่งทำการตลาดโดยไม่รู้ว่าบางอย่างที่ทำอยู่ผิดกฎหมาย จนกระทั่งได้รับหนังสือแจ้งเตือนหรือถูกปรับ

บทความนี้รวบรวมข้อกำหนดการโฆษณาสถานพยาบาลที่สำคัญ ทั้งคำและข้อความที่ห้ามใช้ การขออนุมัติโฆษณา การใช้ภาพ before-after รวมถึงช่องทางการตลาดที่ทำได้และแนวทางการสร้าง content ที่ถูกกฎหมายและยังดึงดูดลูกค้าได้จริง

⚠️ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำให้ตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับ สบส. โดยตรงก่อนเผยแพร่โฆษณาทุกครั้ง

กฎหมายโฆษณาสถานพยาบาล: รู้จักก่อนทำการตลาด

การโฆษณาสถานพยาบาลถูกควบคุมโดยกฎหมายและระเบียบหลายฉบับ ได้แก่:

  • พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 — กำหนดให้โฆษณาสถานพยาบาลทุกชิ้นต้องได้รับอนุมัติก่อนเผยแพร่
  • ประกาศแพทยสภา เรื่อง การโฆษณาเกี่ยวกับการเสริมสวยหรือการเสริมความงาม พ.ศ. 2567 — กำหนดข้อห้ามสำหรับแพทย์ในการโฆษณาความงาม
  • เกณฑ์การกำหนดโทษทางจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเกี่ยวกับการโฆษณา (มีผลบังคับใช้ 9 กุมภาพันธ์ 2568) — เพิ่มบทลงโทษสำหรับแพทย์ที่โฆษณาเกินจริง

* บทลงโทษที่ต้องรู้ — การโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุมัติจาก สบส. มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณา (ควรตรวจสอบอัตราโทษปัจจุบันกับ สบส. โดยตรง เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ขั้นตอนการขออนุมัติโฆษณาสถานพยาบาล

ก่อนเผยแพร่โฆษณาใดๆ ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็น post บน Facebook, TikTok, Instagram, เว็บไซต์ หรือสื่อออฟไลน์ ต้องผ่านกระบวนการนี้:

ขั้นตอน รายละเอียด
1. เตรียม content โฆษณา จัดทำข้อความ ภาพ หรือวิดีโอที่ต้องการเผยแพร่
2. ยื่นขออนุมัติ ยื่นแบบฟอร์มใบคำขออนุมัติโฆษณาต่อ สบส. (กทม.) หรือ สสจ. (ต่างจังหวัด) พร้อม content ที่ต้องการโฆษณา
3. รอการพิจารณา เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าข้อความและภาพถูกต้องตามกฎหมาย
4. รับเลขอนุมัติ เมื่อผ่านการอนุมัติ จะได้รับเลขอนุมัติโฆษณา ซึ่งต้องแสดงในโฆษณานั้น
5. เผยแพร่โฆษณา เผยแพร่ได้เฉพาะ content ที่ได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น ห้ามแก้ไขหลังอนุมัติ

⚠️ แต่ละสาขาของคลินิกต้องขออนุมัติโฆษณาแยกกัน ไม่สามารถใช้เลขอนุมัติเดียวกันสำหรับทุกสาขา

คำและข้อความที่ห้ามใช้ในการโฆษณา

สบส. กำหนดหมวดคำที่ห้ามใช้ในการโฆษณาสถานพยาบาลไว้หลายหมวด ต่อไปนี้คือกลุ่มที่พบบ่อยและมักทำให้โฆษณาไม่ผ่านการอนุมัติ:

กลุ่มที่ 1 — คำอ้างความเหนือกว่า

  • เก่งที่สุด, ดีที่สุด, เหนือกว่า
  • แห่งแรก, อันดับหนึ่ง, ระดับโลก
  • กูรู (Guru), หมอเทวดา

⚠️ ประกาศแพทยสภา พ.ศ. 2567 ห้ามแพทย์โฆษณาว่าตนเป็นผู้มีความชำนาญ ประสบการณ์ หรือเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเสริมสวยหรือการเสริมความงามโดยเฉพาะ

กลุ่มที่ 2 — คำอ้างผลการรักษา

  • เห็นผลทันที, หายขาด, รับประกันผล
  • ปลอดภัย 100%, ได้ผล 100%
  • ดูดีทุกองศา, ถึง 99%

กลุ่มที่ 3 — การโฆษณายาและเครื่องมือแพทย์

  • ห้ามแสดงชื่อยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษตรงๆ ในโฆษณา ต้องใช้ชื่อโปรแกรมแทน เช่น "โปรแกรม Botulinum Toxin" หรือ "Program Filler" แทนการระบุชื่อยาโดยตรง
  • ห้ามแสดงขวดยา บาร์โค้ด หรือ QR Code ของผลิตภัณฑ์
  • ห้ามแสดงสรรพคุณ ประโยชน์ หรือมาตรฐานของเครื่องมือแพทย์ในโฆษณา
  • ห้ามแพทย์ยืนคู่กับอุปกรณ์หรือเครื่องมือแพทย์ (ผิดจริยธรรมแพทยสภา)

กลุ่มที่ 4 — การใช้สถิติและงานวิจัย

  • ห้ามอ้างสถิติหรืองานวิจัยโดยไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
  • ห้ามใช้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่ไม่มีข้อมูลรองรับ

* รายการคำต้องห้ามอาจมีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติม แนะนำให้ดาวน์โหลดรายการล่าสุดจากเว็บไซต์ สบส. (hss.moph.go.th) ก่อนจัดทำโฆษณา

ภาพ Before-After: ใช้ได้หรือไม่?

ภาพ before-after เป็นประเด็นที่คลินิกความงามถามมากที่สุด คำตอบคือ ใช้ได้ แต่มีเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด:

  • ต้องยื่นขออนุมัติภาพ before-afterแต่ละชุดจาก สบส. ก่อนเผยแพร่
  • ต้องได้รับหนังสือยินยอมจากผู้รับบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนนำภาพไปใช้
  • ภาพต้องตรงความเป็นจริง ห้ามดัดแปลง ตกแต่งให้เกินจริง หรือสื่อว่าผลลัพธ์จะเหมือนกันทุกคน
  • ห้ามใช้ภาพ before-after เพื่อรับประกันผลการรักษา

⚠️ การโพสต์ภาพ before-after บน social media โดยไม่ได้รับอนุมัติจาก สบส. ก่อน ถือว่าผิดกฎหมาย แม้จะเป็นภาพจริงของลูกค้าที่ยินยอมก็ตาม

รีวิวและ Testimonial: แนวทางที่ถูกต้อง

การนำรีวิวของลูกค้ามาใช้ในการตลาดทำได้ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้:

  • ต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนนำรีวิวไปใช้
  • ห้ามดัดแปลงหรือสื่อสารเกินกว่าที่ลูกค้าระบุไว้
  • รีวิวต้องไม่อ้างว่าได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันทุกคน
  • ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบว่ารีวิวถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด

ช่องทางและ Content ที่ทำได้ถูกกฎหมาย

แม้จะมีข้อจำกัดมาก แต่ยังมีช่องทางและรูปแบบ content ที่ทำได้และช่วยสร้าง awareness ให้คลินิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

Content ให้ความรู้ (Educational Content)

การให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการดูแลผิว เทคโนโลยีความงาม หรือการเตรียมตัวก่อนรับ treatment เป็น content ที่ทำได้และช่วยสร้าง trust ได้ดี เพราะไม่ใช่การโฆษณาบริการโดยตรง แต่สร้าง authority ให้กับคลินิก:

  • บทความอธิบายกลไกการทำงานของเทคโนโลยีต่างๆ
  • วิดีโอให้ความรู้เรื่องการดูแลผิวหลังทำ treatment
  • Infographic เปรียบเทียบเทคโนโลยีต่างๆ โดยไม่อ้างว่าคลินิกดีกว่าใคร

Google Business Profile

การดูแล Google Business Profile ให้ครบถ้วนและอัปเดตสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ทำได้และมีผลต่อการค้นหาในพื้นที่อย่างมาก ข้อมูลที่ควรมีได้แก่ เวลาทำการ ที่อยู่ เบอร์โทร รูปภาพสถานที่ และบริการที่ให้

LINE Official Account

การสื่อสารกับลูกค้าผ่าน LINE OA เพื่อแจ้งข่าวสาร โปรแกรมบริการ หรือการนัดหมาย เป็นช่องทางที่ทำได้ แต่ข้อความที่ส่งออกไปในลักษณะโฆษณาก็ต้องผ่านการอนุมัติจาก สบส. เช่นกัน

SEO และ Content Marketing

การสร้างบทความให้ความรู้บนเว็บไซต์คลินิกเป็นหนึ่งในช่องทางที่ได้ผลระยะยาวและมีข้อจำกัดน้อยกว่าการโฆษณาโดยตรง เพราะเนื้อหาที่ให้ความรู้จริงๆ ไม่ถือว่าเป็นโฆษณา แต่ต้องระวังไม่ให้มีข้อความที่อ้างผลการรักษาหรือ overclaim

สรุป: ทำได้ vs ต้องระวัง vs ห้ามทำ

ทำได้ ต้องขออนุมัติก่อน ห้ามทำ
Content ให้ความรู้ทั่วไป โฆษณาบริการทุกช่องทาง โฆษณาโดยไม่ขออนุมัติ
Google Business Profile ภาพ before-after ใช้คำรับประกันผล
การตอบคำถามลูกค้า การใช้รีวิวในการตลาด อ้างความเป็นที่สุด
บทความ SEO ให้ความรู้ Promotion โปรแกรมบริการ แสดงชื่อยาอันตรายตรงๆ
การแจ้งเวลาทำการ / ที่อยู่ วิดีโอแนะนำคลินิก ระบุผลข้างเคียงในทางลบโดยไม่มีข้อมูลรองรับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: โพสต์ให้ความรู้ทั่วไปต้องขออนุมัติไหม?

Content ที่ให้ความรู้ทั่วไปโดยไม่โปรโมตบริการของคลินิกโดยตรงมักไม่ถือเป็นโฆษณา แต่หากมีการระบุชื่อคลินิก บริการ หรือราคา จะเข้าข่ายโฆษณาและต้องขออนุมัติ แนะนำให้ปรึกษา สบส. หากไม่แน่ใจ

Q: Influencer รีวิวคลินิกต้องขออนุมัติไหม?

การให้ Influencer รีวิวคลินิกหรือบริการโดยได้รับค่าตอบแทนหรือบริการฟรีถือเป็นการโฆษณา และต้องผ่านกระบวนการขออนุมัติจาก สบส. ก่อนเผยแพร่เช่นกัน

Q: Live สด Facebook หรือ TikTok ต้องขออนุมัติไหม?

การ live สดที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับบริการของคลินิกถือเป็นการโฆษณาและควรขออนุมัติก่อน อย่างไรก็ตามแนวทางสำหรับสื่อ live ยังคงมีความซับซ้อน แนะนำให้ปรึกษา สบส. โดยตรงสำหรับกรณีนี้

Q: ถ้าโฆษณาไม่ผ่านการอนุมัติควรทำอย่างไร?

สบส. จะแจ้งเหตุผลที่ไม่อนุมัติ คลินิกสามารถแก้ไขข้อความหรือภาพตามที่แนะนำแล้วยื่นขออนุมัติใหม่ได้ การมีทีมหรือที่ปรึกษาที่เข้าใจกฎหมายโฆษณาสถานพยาบาลจะช่วยให้กระบวนการนี้รวดเร็วขึ้น

สรุป

การทำการตลาดคลินิกความงามในไทยต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าธุรกิจทั่วไป แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทำการตลาดที่ดีไม่ได้ การเข้าใจข้อกำหนดตั้งแต่แรกและวางแผน content ที่ถูกกฎหมายตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคลินิกได้อย่างยั่งยืน

คลินิกที่ทำการตลาดถูกต้องตามกฎหมายและ focus ที่การให้ความรู้และสร้าง trust มักสร้างฐานลูกค้าประจำที่แข็งแกร่งกว่าคลินิกที่ใช้ข้อความโฆษณาเกินจริงในระยะสั้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.). คู่มือพิจารณาการอนุมัติการโฆษณาสถานพยาบาล. hss.moph.go.th
  • แพทยสภา. ประกาศแพทยสภา เรื่อง การโฆษณาเกี่ยวกับการเสริมสวยหรือการเสริมความงามของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2567. tmc.or.th
  • พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม. ratchakitcha.soc.go.th